
อันดามัน สวรรค์เมืองใต้
ความใฝ่ฝันที่จะได้เดินทางไปเยือนอันดามันมีมากขึ้นทุกทีๆ เมื่อได้อ่านนิตรสารท่องเที่ยวต่างๆ ภาพน้ำทะเล บ้างเป็นสีฟ้า บ้างเป็นสีเขียวดั่งมรกต หาดทรายขาวสะอาด ภาพโปสการ์ดที่มีมากมายเกลื่อนเมืองชวนให้ไปสัมผัสผ่านตาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนเมื่อสิ้นปี 47 เกิดมหันตภัยร้าย "สึนามิ" ทำให้ฉันหวั่นใจว่าฉันจะได้มีโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศที่ใฝ่ฝันบ้างหรือไม่ เมื่อวันเวลาผ่านไป สึนามิอาจจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างบนผืนแผ่นดินเสียหาย แต่ไม่เป็นผลกับท้องทะเลและธรรมชาติที่นับวันจะทำให้สวยงามขึ้นตามเวลาที่ผ่านไปเช่นกัน และแล้วความฝันฉันก็เป็นจริง....
เดือนมีนาคม 2548 เวลา 08.05 น. สายการบินไทยพาฉันและสหายเหินทะยานสู่ท้องฟ้าที่สดใส ภาพเมืองค่อยๆไกลออกไป จนมีแต่ท้องฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตา หนึ่งชั่วโมงผ่านไปภาพข้างล่างก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวของเรือกสวนและป่าเขา และนกเหล็กก็พาพวกเรามาถึงจุดหมาย...กระบี่
ขอสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดเสียหน่อย รถมารอรับพวกเราอยู่แล้ว เพื่อเดินทางไปที่พักที่อ่าวนาง วันแรกพวกเราขึ้นเรือที่อ่าวนางเพื่อไปชมเกาะต่างๆให้หนำใจ หลังจากที่รอคอยมานาน แม้ช่วงที่ไปจะเพิ่งเกิดสึนามิไม่นาน แต่ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวที่เชื่อมั่นประเทศไทยทยอยมาเที่ยวกันบ้าง แม้จะประปรายไปบ้างก็ตาม ...วันนี้ขอเป็นคนทะเลสักครึ่งวันเถอะ เรือค่อยๆ พาพวกเราผ่านเกาะต่างๆ รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เกาะไก่ ผ่านทะเลแหวก Unseen in Thailand ที่ฮือฮาในหมู่นักท่องเที่ยว แต่น่าเสียดายที่ช่วงที่ไปน้ำลงไปเยอะ ทำให้เรือใหญ่ไม่สามารถเข้าจอดได้ เฮ้อ...ถ้ามีเรือเล็กหรือเรือคายัคมาคงจะดีไม่น้อยเลย พวกเราแวะเล่นน้ำที่เกาะปอดะ หาดทรายสีขาวสะอาด น้ำสีฟ้าใส สวยจนเกินคำบรรยาย ต่อจากนั้นล่องเรือต่อไปยังถ้ำพระนางที่เมื่อช่วงวันวาเลนไทน์มีคู่รักหลายคู่มาทำพิธีแต่งงาน เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ที่นี้เป็นพยานรักแก่คนทั้งคู่ และแถบบริเวณนี้ก็เป็นที่ที่นักปีนเขาทั้งหลายชื่นชอบ และมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง พวกเราสนุก จนพระอาทิตย์เกือบจะลาลับขอบฟ้า สึนามิไม่อาจทำให้ธรรมชาติเสียหายไปได้เลย แต่ทำให้กลับยิ่งสวยงามมากขึ้นเป็นทวีคูณ
ยามเย็นที่อ่าวนาง ทะเลอันสวยงามผสมผสานกับอาหารรสเลิศ ช่วยให้พวกเราทานเยอะกว่าปกติไปมาก วันนี้ได้นอนหลับฝันดีท่ามกลางสถานที่ที่ใฝ่ฝันมานานแสนนาน.....
เช้ารุ่งขึ้นตามกำหนดการแล้ว พวกเราจะเดินทางไปเที่ยวภูเก็ตกันโดยรถยนต์คันเดิม สายตามองผ่านกระจกรถออกไปด้านนอก ป่าเขาและทะเลสลับฉากกันจนไม่สามารถละสายตาได้ จนเมื่อเข้ามาถึงภูเก็ต เอ....สงสัยว่าภูเก็ตเป็นเกาะมิใช่หรือ??? แล้วใยเรามาอยู่ภูเก็ตได้อย่างไร ข้ามสะพานมาตั้งแต่เมื่อไหร่หนอ เพลิดเพลินจนลืมสิ่งรอบข้างจริงๆเลยเรา จริงๆแล้วพวกเราข้ามสะพานสู่ภูเก็ตมาแล้ว ซึ่งก็คือสะพานสารสินนั่นเอง
หาดป่าตองคือสถานที่ที่พวกเราจะพักในค่ำคืนที่จะถึงนี้ โรงแรมมีมากมายให้เราเลือก หาดป่าตองเสียหายค่อนข้างมากกับสึนามิที่มาเยี่ยมโดยไม่ได้บอกกล่าว หลายโรงแรมอยู่ระหว่างการซ่อมแซม
พระอาทิตย์ตกที่สวยงามและเลื่องชื่อ คงจะหนีไม่พ้น แหลมพรหมเทพ ภาพที่ตรึงตาตรึงใจอยู่จนถึงวันนี้ เป็นภาพที่ประทับใจไม่รู้ลืม
ยามค่ำคืนบ้างร้านก็แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่บางร้านก็ยังคงเงียบเหงา จากที่เคยได้ข่าวว่าที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวยามกลางคืนของชาวต่างชาติเลยทีเดียว แต่ในวันนี้ป่าตองคงต้องรอเวลาอีกสักนิด เพื่อรอวันที่ดีกว่านี้ เรานั่งรถไปดูจุดชมวิวยามกลางคืน แต่จำชื่อไม่ได้เสียแล้วว่าเค้าเรียกว่าอะไร แต่ต้องขึ้นไปบนทางลาดชัน ณ ที่นั้น เราจะได้เห็นบรรยากาศภูเก็ตยามค่ำคืน แสงไฟสว่างเป็นจุดๆ เรียงราย นั่นแสดงถึงบ้านเรือนที่ปลูกอยู่ทั่วไป สวยงามไปอีกแบบ สายลมที่พัดพลิ้วมาในยามค่ำคืนเช่นนี้ ทำให้รู้สึกสบายมิใช่น้อย
คืนนี้ก่อนหลับ พวกเราได้สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปมิใช่น้อย ณ หาดป่าตอง เมื่อคราวสึนามิมา และหลับสบายใต้ผ้าห่มที่แสนจะอบอุ่น
เช้าวันใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง พร้อมกับพลังกาย พลังใจที่เติมเต็ม ถึงเวลาต้องกลับกรุงเทพฯ ไปผจญกับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ สู้โว้ยยยยยยยยยยยยยย
และแล้วสายการบิน One Two Go เวลา 20.15 น. ก็พาพวกเราทะยานสู่ฟ้าเบื้องบนอีกครั้ง โดยสวัสดิภาพ
|